การเสริมจมูกเป็นศัลยกรรมตกแต่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นหัตถการที่ช่วยปรับโครงสร้างจมูกให้ได้รูปตามต้องการ เสริมความมั่นใจและเพิ่มมิติให้ใบหน้า ปัจจุบันเทคนิคการเสริมจมูกถูกพัฒนาขึ้นอย่างหลากหลายโดยไม่ได้จำกัดแค่การใช้ซิลิโคนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้วัสดุอื่นๆ เช่น กระดูกอ่อนหลังใบหู กระดูกอ่อนซี่โครง หรือเนื้อเยื่อก้นกบ เพื่อช่วยเสริมโครงสร้างจมูกให้แข็งแรงมากขึ้น หนึ่งในเทคนิคที่ได้รับความนิยมในผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาโครงสร้างจมูกอย่างละเอียดและป้องกันภาวะข้างเคียงหลังการศัลยกรรม คือ การเสริมจมูกแบบ Open (Open Rhinoplasty) หลายคนอาจสงสัยว่า เทคนิคเสริมจมูกแบบ Open แตกต่างจาก Close อย่างไร? เหมาะกับใคร? ข้อดี-ข้อควรรู้มีอะไรบ้าง? ในบทความนี้จะพาคุณไปรู้จักการเสริมจมูกแบบ Open อย่างละเอียด ตั้งแต่แนวทางการผ่าตัด ข้อดี ข้อควรรู้และคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเสริมจมูกแบบ Open

การเสริมจมูกแบบ Open คืออะไร?
การเสริมจมูกแบบ Open หรือที่เรียกว่าการเสริมจมูกแบบเปิด เป็นเทคนิคการผ่าตัดที่ศัลยแพทย์จะเปิดโครงสร้างของจมูกให้เห็นอย่างชัดเจน โดยมีการกรีดแผลที่ columella (บริเวณแกนกลางระหว่างรูจมูก) แล้วเปิดผิวหนังจมูกขึ้นเพื่อให้เห็นโครงสร้างภายในทั้งหมด วิธีนี้เหมาะสำหรับการเสริมจมูกแทบทุกกรณี โดยเฉพาะเคสที่ต้องการแก้ไขโครงสร้างที่ซับซ้อน เช่น จมูกเบี้ยว จมูกฮัมพ์สูง จมูกสั้น หรือเคสแก้จมูกที่ต้องปรับแต่งโครงสร้างภายในขึ้นมาใหม่เพื่อให้ได้รูปทรงที่สวยงามและสมดุลมากขึ้น
เป้าหมายหลักของการเสริมจมูกแบบ Open
เป้าหมายหลักของการเสริมจมูกแบบ Open ในกลุ่มชาวเอเชียทั้งชาวไทย จีน เกาหลี หรือญี่ปุ่น คือ การเพิ่มความโด่งและความยาวของปลายจมูกโดยไม่ใช้ซิลิโคน แต่ใช้เทคนิคการปรับตำแหน่งกระดูกอ่อนปลายจมูกหรือการปรับโครงสร้าง โดยเทคนิคที่ได้รับความนิยมคือ การยืดผนังกั้นจมูก เพื่อช่วยให้ทรงจมูกดูสวยเป็นธรรมชาติและปลอดภัยยิ่งกว่าในระยะยาว เนื่องจากการเสริมปลายจมูกด้วยซิลิโคนอาจนำไปสู่ปัญหาสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
- เนื้อจมูกบางลงและเสี่ยงต่อการทะลุ เนื่องจากปลายจมูกเป็นบริเวณที่มีการขยับอยู่บ่อยๆ เนื่องจากการขยับใบหน้า เช่น การพูด ยิ้ม หรือเม้มปาก ทำให้เกิดการเสียดสีกับซิลิโคนจนเนื้อบางลงและอาจทำให้ซิลิโคนทะลุได้
- กระดูกอ่อนปลายจมูกผิดรูปหรือหัก เนื่องจากกระดูกอ่อนปลายจมูกของชาวเอเชียโดยส่วนใหญ่มักไม่แข็งแรง เมื่อถูกแรงกดของซิลิโคนอาจส่งผลให้ปลายจมูกงุ้มลง ปลายจมูกเบี้ยวเอียงได้
- โครงสร้างจมูกไม่สมดุล ดูไม่เป็นธรรมชาติ แม้ซิลิโคนจะช่วยให้ปลายจมูกดูโด่งขึ้น แต่ขนาดของรูจมูกไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามความโด่งหรือความยาวที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้สัดส่วนของรูจมูกและปลายจมูกไม่รับเข้ากัน รูปทรงโดยรวมดูผิดธรรมชาติ
วิธีการเสริมจมูกร่วมกับการลงแผลแบบ Open
วิธีการเสริมจมูกที่ใช้ร่วมกับเทคนิคการลงแผลแบบ Open ในกลุ่มคนไทยหรือคนเอเชีย มักเป็นการปรับเสริมให้ช่วงสันจมูกโด่งขึ้น ปลายจมูกพุ่งขึ้น โดยมีวิธีการเสริมจมูกอยู่ด้วยกัน 2 วิธีหลักๆ ได้แก่

- การเสริมแบบวางทับ (On Lay Augmentation) เป็นวิธีที่ใช้วัสดุเสริม เช่น ซิลิโคน กอร์เท็กซ์หรือเนื้อเยื่อเทียม วางทับลงบนโครงสร้างจมูกเดิมโดยไม่ปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายใน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความโด่งของสันจมูกโดยไม่ต้องแก้ไขปลายจมูก

- การเสริมแบบแยกส่วน (Structured Augmentation) ซึ่งจะแยกการเสริมจมูกออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การเสริมช่วงสันจมูก หรือบริเวณ Dorsum โดยจะใช้วิธีเสริมแบบวางทับหรือ On lay ด้วยการใช้ซิลิโคนที่เหลาตกแต่งให้เหมาะกับรูปกระดูก หรืออาจใช้กระดูกอ่อนสับละเอียดแล้วห่อด้วย Fascia มาวางทับช่วงสันจมูก และการเสริมปลายจมูกให้โด่งหรือพุ่งขึ้น ซึ่งจะใช้วิธี Tip plasty ที่แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่

- Tripod Technique ด้วยการใช้กระดูกอ่อนรองรับปลายจมูก 3 ขา โดยไม่มีการยึดกระดูกอ่อนปลายจมูกเข้ากับผนังกั้นจมูก เทคนิคนี้ช่วยคงความยืดหยุ่นของปลายจมูกให้คล้ายเดิม สามารถบิดไปบิดมาได้ แต่มีข้อเสียคือ โครงสร้างปลายจมูกอาจไม่แข็งแรงและทรุดตัวได้ง่าย โดยเฉพาะในผู้ที่มีเนื้อจมูกหนาและผู้ที่เคยผ่านการศัลยกรรมจมูกมาแล้วก่อนหน้า
- Tetrapod Technique หรือ เทคนิคยืดผนังกั้นจมูก ด้วยการใช้กระดูกอ่อนมาค้ำกระดูกอ่อนปลายจมูกไว้กับผนังกั้นจมูก เทคนิคนี้ช่วยให้โครงสร้างปลายจมูกแข็งแรงและคงรูปได้ดีกว่าแบบ Tripod เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อจมูกหนา จมูกหดสั้นมากๆ รวมถึงผู้ที่เคยทำจมูกมาก่อน แต่มีข้อเสียคือ ปลายจมูกอาจไม่ยืดหยุ่นและขยับได้น้อย และอาจทำให้จมูกเบี้ยวหรือเอียงได้หากผนังกั้นจมูกไม่แข็งแรง
ใครบ้างที่เหมาะกับการเสริมจมูกแบบ Open?
การเสริมจมูกแบบ Open เป็นเทคนิคที่ช่วยแก้ไขโครงสร้างจมูกได้อย่างละเอียด เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับทรงจมูกให้สวยงามเป็นธรรมชาติ เสริมโครงสร้างจมูกให้แข็งแรง โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาจมูกเหล่านี้
- ผู้ที่มีปลายจมูกสั้น รั้ง หรือเชิดขึ้นมากเกินไป ซึ่งไม่เหมาะกับการเสริมจมูกด้วยการใช้ซิลิโคน
- ผู้ที่ต้องการเสริมปลายจมูกให้ยาวขึ้นมากกว่า 3-5 มม. และต้องใช้กระดูกอ่อนมาค้ำปลายจมูกเพื่อให้ได้องศาที่พุ่งขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เสี่ยงต่อการทะลุในอนาคต
- ผู้ที่เคยทำจมูกแบบ Open มาแล้วและต้องการแก้ไข ในกรณีที่เคยเสริมจมูกแบบ Open มาก่อน แพทย์จำเป็นต้องเปิดแผลแบบ Open อีกครั้งเพื่อทำการปรับแก้โครงสร้างจมูกอย่างเหมาะสม
- ผู้ที่ต้องการเสริมจมูกโดยใช้วัสดุจากร่างกายของตัวเองทั้งหมด เช่น กระดูกอ่อนใบหู กระดูกอ่อนซี่โครงและผนังกั้นจมูก เพื่อให้ปลายจมูกดูสวยเป็นธรรมชาติ และลดความเสี่ยงต่อการทะลุหรือผิดรูปในอนาคต
- ผู้ที่มีปัญหาโครงสร้างจมูกที่ซับซ้อน เช่น มีฮัมพ์จมูกสูง ฐานกระดูกกว้าง แพทย์จะต้องใช้เทคนิคเสริมจมูกแบบ Open เพื่อทำการตอกฐานกระดูกยุบ ตัดแต่ง Hump จมูก หรือแก้ไขผนังกั้นจมูกเอียงในเคสที่มีปัญหา เพื่อปรับโครงสร้างจมูกให้สวยงามตรงความต้องการ
- ผู้ที่มีปัญหาจมูกจากการฉีดสารเหลว หรือเคยทำจมูกมาแล้วหลายครั้ง แพทย์จำเป็นต้องเปิดแผลแบบ Open เพื่อเลาะเอาสารแปลกปลอมหรือก้อนพังผืดออก และปรับแก้โครงสร้างจมูกให้ดีขึ้น
- ผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอสำหรับการผ่าตัด เนื่องจากการเสริมจมูกแบบ Open เป็นการผ่าตัดที่ต้องใช้การดมยาสลบร่วมด้วย โดยเฉพาะในเคสที่ต้องแก้ไขปัญหาโครงสร้างมาก มีการตอกฐานกระดูกยุบ ผู้เข้ารับบริการจะต้องมีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่มีภาวะเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยทั้งในระหว่างการผ่าตัดและช่วงพักฟื้นภายหลัง
ข้อดีของการเสริมจมูกแบบ Open
- ปรับแต่งโครงสร้างจมูกได้อย่างละเอียด การเสริมจมูกแบบ Open ช่วยให้ศัลยแพทย์มองเห็นโครงสร้างภายในจมูกได้ทั้งหมดและสามารถแก้ไขโครงสร้างจมูกและกระดูกอ่อนได้อย่างครอบคลุม ทั้งการปรับฐานกระดูกจมูกให้แคบลง การลดฮัมพ์ หรือการใช้กระดูกอ่อนเสริมปลายจมูกให้ยาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของปลายจมูก ลดความเสี่ยงการทรุดตัวในอนาคต ด้วยการใช้วิธีเสริมแบบ Tip Plasty หรือการปรับโครงสร้างปลายจมูกด้วยวัสดุจากร่างกายแทนการใช้ซิลิโคนที่ปลายจมูก ช่วยให้ปลายจมูกดูสวยเป็นธรรมชาติ และป้องกันปัญหาปลายจมูกบางและทะลุ จมูกบิดเอียงผิดรูปและจมูกทรุดได้ในระยะยาว
- สามารถยืดปลายจมูกให้ยาวมากขึ้นได้อย่างปลอดภัย ลดโอกาสการเกิดปัญหาจมูกเอียง จมูกเบี้ยว ปลายจมูกบางใสและทะลุได้ในระยะยาว
- ช่วยแก้ไขจมูกที่เคยศัลยกรรมมาแล้วได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในเคสที่เคยฉีดสารเหลวที่บริเวณจมูก ซิลิโคนเบี้ยว หรือจมูกมีก้อนพังผืดหนา สามารถแก้ไขจมูกใหม่ด้วยการเสริมจมูกแบบ Open เพื่อแก้โครงสร้างจมูกให้ดีขึ้น
ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจเสริมจมูกแบบ Open
การเสริมจมูกแบบ Open เป็นเทคนิคที่ช่วยแก้ไขโครงสร้างจมูกได้อย่างละเอียด แต่เนื่องจากเป็นการผ่าตัดที่มีความซับซ้อนจึงมีปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนเสริมจมูกแบบ Open ดังนี้
- ความซับซ้อนและระยะเวลาที่ใช้ในการผ่าตัด การเสริมจมูกแบบ Open เป็นการผ่าตัดที่ซับซ้อน โดยอาจใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 3-4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับโครงสร้างจมูกของแต่ละบุคคล
- อาจมีรอยแผลบริเวณแกนกลางจมูก เนื่องจากมีการกรีดเปิดแผลที่แกนกลางระหว่างรูจมูก (columella) ซึ่งอาจสังเกตเห็นได้ง่ายในช่วงแรก และอาจต้องใช้เวลาในช่วงหนึ่งเพื่อให้รอยแผลจางลง
- อาจทำให้เกิดรอยแผลผ่าตัดมากกว่า 1 ตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาของกระดูกอ่อนที่นำมาใช้ เช่น กระดูกอ่อนซี่โครง กระดูกอ่อนหลังใบหู ฯลฯ
- ใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าการเสริมจมูกแบบปิด เนื่องจากเป็นการผ่าตัดเพื่อเปิดให้เห็นโครงสร้างจมูกทั้งหมดและปรับแก้โครงสร้างที่ซับซ้อน จึงอาจทำให้เกิดอาการบวมช้ำได้มาก ซึ่งโดยทั่วไปจะเริ่มดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ และจมูกจะเริ่มเข้าที่อย่างสมบูรณ์ในช่วง 3-6 เดือน ทั้งนี้ควรดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อให้จมูกเข้าที่ได้เร็วขึ้น
- ควรเลือกศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง เนื่องจากการเสริมจมูกแบบ Open เป็นการผ่าตัดที่ซับซ้อน จึงต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของศัลยแพทย์เพื่อให้ได้จมูกที่สมส่วน ดูสวยงามเป็นธรรมชาติ และลดโอกาสที่จะเกิดภาวะข้างเคียงหลังการผ่าตัด โดยควรศึกษาข้อมูลศัลยแพทย์ ดูรีวิวที่น่าเชื่อถือ และปรึกษาแพทย์โดยตรงก่อนตัดสินใจเสริมจมูก
- มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการเสริมจมูกแบบปิด เนื่องจากเป็นการผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาโครงสร้างจมูกที่ซับซ้อนร่วมกับการใช้วัสดุจากร่างกายของผู้เข้ารับบริการ โดยการเสริมจมูกแบบ Open มีราคาโดยเฉลี่ยที่ 6x,xxx-2xx,xxx บาท ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้ในการผ่าตัดและมาตรฐานการให้บริการของสถานพยาบาล
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเสริมจมูกแบบ Open
- การเสริมจมูกแบบ Open สามารถถอดออกได้หรือไม่?
สามารถทำได้ แต่ไม่ใช่เพียงแค่ดึงซิลิโคนหรือวัสดุที่ใช้เสริมจมูกออกอย่างง่ายๆ เนื่องจากการเสริมจมูกแบบ Open มักมีการปรับโครงสร้างปลายจมูกร่วมด้วย หากต้องการถอดวัสดุเสริม อาจต้องซ่อมแซมและปรับสมดุลโครงสร้างปลายจมูกใหม่ โดยเฉพาะในกรณีที่ใช้เทคนิค Tip Plasty (การปรับโครงสร้างปลายจมูก) ซึ่งทำให้ปลายจมูกยังคงโด่งอยู่ หากมีแผนจะทำจมูกใหม่ในอนาคตควรแก้ไขให้สมบูรณ์ในครั้งเดียว แทนการถอดออกแล้วกลับมาเสริมใหม่อีกครั้งในภายหลัง
- ผลลัพธ์ของการเสริมจมูกแบบ Open อยู่ได้ถาวรหรือไม่?
การเสริมจมูกแบบ Open สามารถให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานและถาวรเนื่องจากมีการปรับโครงสร้างภายในจมูกอย่างละเอียดร่วมกับการใช้วัสดุเสริมจมูกจากร่างกายของผู้เข้ารับบริการเอง ช่วยลดความเสี่ยงที่จะทำให้จมูกเบี้ยว จมูกอักเสบหรือจมูกทะลุที่ต้องแก้ไขในภายหลัง ทั้งนี้ระยะเวลาของผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น วัสดุที่ใช้ในการเสริม เทคนิคการผ่าตัด การดูแลตัวเองหลังเสริมจมูก และความต้องการปรับเปลี่ยนรูปทรงจมูกของผู้เข้ารับบริการในอนาคต
- การเสริมจมูกแบบ Open เจ็บกว่าการทำแบบ Close หรือไม่?
เนื่องจากการเสริมจมูกแบบ Open เป็นการเปิดแผลที่ columella และมีการปรับโครงสร้างภายในมากกว่าการทำแบบ Close จึงอาจทำให้รู้สึกเจ็บและบวมมากกว่า อย่างไรก็ตามมีการใช้ยาสลบในระหว่างผ่าตัด ผู้เข้ารับบริการจึงไม่รู้สึกเจ็บขณะทำ ส่วนอาการบวมช้ำที่เกิดขึ้นหลังผ่าตัดจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปภายใน 1-2 สัปดาห์
- เสริมจมูกแบบ Open กี่วันหาย?
โดยปกติจมูกจะเริ่มยุบบวมภายใน 1-2 สัปดาห์ ในระหว่างนี้รูปทรงจมูกอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อยและเข้าที่ได้อย่างชัดเจนภายในช่วง 6-12 เดือน ทั้งนี้ระยะเวลาการฟื้นตัวอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด
- ถ้าเคยเสริมจมูกแบบ Open มาก่อน ต้องแก้จมูกด้วยเทคนิค Open หรือไม่?
หากเคยทำจมูกแบบ Open มาก่อนและต้องการแก้ไข แนะนำให้ใช้เทคนิค Open อีกครั้ง เนื่องจากเป็นวิธีที่ช่วยให้แพทย์สามารถตรวจสอบและปรับโครงสร้างภายในได้อย่างละเอียด
สรุป
การเสริมจมูกแบบ Open เป็นเทคนิคการผ่าตัดเพื่อปรับแต่งโครงสร้างจมูกได้อย่างละเอียด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขโครงสร้างจมูกที่ค่อนข้างซับซ้อน รวมถึงผู้ที่ต้องการปรับทรงจมูกให้สวยงามเป็นธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย ช่วยลดความเสี่ยงปลายจมูกบาง ทะลุ หรือจมูกเบี้ยวเอียงผิดรูปได้ในอนาคต อย่างไรก็ตามการเสริมจมูกแบบ Open ควรดำเนินการโดยศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและปลอดภัย ผู้ที่สนใจเสริมจมูกด้วยเทคนิคนี้ควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด และปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาความเหมาะสมก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรม