หลายคนคิดว่า “ดึงหน้า” มีแค่เทคนิคเดียว แต่จริง ๆ แล้ว การดึงหน้ามีหลายระดับ ซึ่งศัลยแพทย์จะเลือกเทคนิคให้เหมาะกับตำแหน่งและระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละคน เพื่อให้ผลลัพธ์ดูกลมกลืนและเป็นธรรมชาติ
.
รู้จัก 4 เทคนิคดึงหน้า เลือกแบบไหนดี?
วันนี้หมอบีพามาทำความรู้จัก 4 เทคนิคดึงหน้าที่ใช้บ่อย เพื่อให้ทุกคนเข้าใจภาพรวม
.
🟠 1. Temporal Lift (ดึงขมับ)
เหมาะกับคนที่มีปัญหา หางตาตก หางคิ้วตก ริ้วรอยบริเวณขมับ เทคนิคนี้ช่วยยกบริเวณขมับ หางตา และหางคิ้ว โดยซ่อนแผลไว้ในแนวเส้นผม จึงช่วยให้รอยแผลสังเกตเห็นได้ยากหลังแผลหาย
.
🟠 2. Mini Face Lift
เหมาะกับคนที่เริ่มมีแก้มหย่อน ร่องแก้มเริ่มชัด กรอบหน้าเริ่มไม่คม มีความหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อย เป็นการดึงกระชับบริเวณใบหน้าส่วนบนจนถึงร่องแก้ม เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีสัญญาณของความหย่อนคล้อย และยังไม่จำเป็นต้องดึงหน้าทั้งใบหน้า
.
🟠 3. Anterior Face Lift
เหมาะกับคนที่แก้มหย่อนมากขึ้น กรอบหน้าไม่ชัด มีเหนียงเล็กน้อย ใบหน้าส่วนล่างหย่อนคล้อย เทคนิคนี้ช่วยยกกระชับใบหน้าส่วนล่างและกรอบหน้า ทำให้แนวกรามดูคมชัดขึ้น เหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยมากกว่า Mini Face Lift
.
🟠 4. Full Face Lift
เหมาะกับคนที่ใบหน้าหย่อนคล้อยหลายตำแหน่ง กรอบหน้าไม่ชัด คอหย่อนคล้อย ต้องการยกกระชับทั้งใบหน้าและลำคอ เป็นการดึงกระชับทั้งใบหน้าและลำคอ โดยยกทั้งชั้นผิวหนังและชั้นกล้ามเนื้อ เพื่อแก้ไขความหย่อนคล้อยในหลายตำแหน่งอย่างเหมาะสม
.
💡 สิ่งสำคัญคือ “ไม่มีเทคนิคไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน”
การเลือกวิธีดึงหน้าควรพิจารณาจากตำแหน่งที่หย่อนคล้อย ระดับความหย่อนคล้อย และโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล ดังนั้นการประเมินโดยศัลยแพทย์ตกแต่งจึงเป็นขั้นตอนสำคัญ เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละเคส
.
💬 ทักมาปรึกษา “หมอบี” (ศัลยแพทย์ตกแต่ง) ได้เลย
▪️ FB Inbox : https://m.me/bestheticsurery
▪️ LINE : https://lin.ee/obucgCE
.
🧡 Bestheticsurgery 🧡
เรามีศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแลอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย
.
📲 ระบบประเมินราคาทำศัลยกรรมโดยหมอบี ศัลยแพทย์ตกแต่ง
(คลิก) https://lin.ee/8MwYb5W
.
🔗 อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ : https://bestheticsurgery.com/เจาะลึกดึงหน้าfacelift/
